Templates by BIGtheme NET

ผอ.เจ๋ง สบอ.11 จับมือ พ.อ. พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ศปป.4 กอ รมน.ลุยรื้อ”ฮ่องก๋า รีสอร์ท์” 10 หลัง เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีไฟเขียวให้ใช้มาตราการทางปกครองมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานฯ รื้อได้ไม่ต้องรอคดีถึงที่สุด ตามนโยบาย รมว.ทส.

กรมอุทยานฯลุยรื้อรีสอร์ท จำนวน 10 หลัง หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีไฟเขียวให้ใช้มาตราการทางปกครองมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานฯ รื้อได้ไม่ต้องรอคดีถึงที่สุด นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.11 กรมอุทยานฯ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผนึกกำลัง จำนวน 500 นาย เข้ารื้อรีสอร์ทฮ่องก๋าฮิลล์ โฮมสเตย์ จำนวน 10 หลัง บริเวณทางขึ้นภูลมโล ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ให้ตรวจยึดจับกุมนายทุน รื้อถอนรีสอร์ทที่ผิดกฎหมายและผ่อนผันผู้ยากไร้ตามคำสั่งคสช.ที่ 66/57 หลังจากต่อสู้คดีกันมาได้ 1 ปี จนศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งที่คส.3/ 2561 ลงวันที่ 9 เมษายน 2561 กลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ให้ยกคำขอทุเลาการบังคับรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าว ให้ใช้มาตราการทางปกครอง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ตามมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งได้ ไม่ต้องรอคดีถึงที่สุด การที่ศาลปกครองสูงสุด ได้วางหลักกฏหมาย ให้ใช้มาตราการทางปกครองตามมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ดังนี้

1.ในชั้นนี้คำสั่งริ้อถอนตามมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานฯของอช.ภูหินร่องกล้าเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฑหมาย 2.หากปรากฏภายหลังคดีถึงที่สุดว่าเป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฏหมาย ผู้เสียหายก็มีสิทธิฟ้องค่าเสียหายเรียกคืนเอาจากกรมอุทยานฯได้ 3.การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ในการฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากกว่า จากการที่ศาลปกครองสูงสุดได้วางหลักกฏหมายให้ใช้มาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ รื้อถอนได้ โดยไม่ต้องรอถึงคดีถึงที่สุด ซึ่งใช้เวลาปีเดียวก็รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ จะทำให้ผู้กระทำผิดที่ชอบสร้างรีสอร์ทในเขตป่าที่ผิดกฎหมายที่ชอบอาศัยช่องว่างของกฎหมายสู้คดีถึงที่สุดซึ่งบางคดีใช้เวลาหลายปี กว่าจะรื้อรีสอร์ทได้ ก็ทำกำไรจนเกินคุ้มแล้ว หลังจากนี้คำสั่งศาลปกครองสูงสุด ได้วางหลักไว้แล้ว รื้อถอนได้เลย ไม่ต้องรอคดีถึงที่สุด การกระทำผิดการสร้างรีสอร์ทในเขตป่าที่ผิดกฎหมาย น้อยลงไป

โดย นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ศปป.4 กอ รมน.พันตำรวจเอก โยธิน  ยากอง ผกก.สืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก สนธิกำลัง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ จำนวน 500 นาย บุกรื้อรีสอร์ท”ฮ่องก๋าฮิลล์โฮมสเตย์”จำนวน 10 หลัง บริเวณทางขึ้นภูลมโล ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

แต่นายผ้า แซ่หว้า เจ้าของรีสอร์ท โวยวาย และพากลุ่มเพื่อนบ้านนัดรวมตัวเดินทางขึ้นภูลมโล พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ ทำการค้นตัวและยึดมีดพกก่อนเข้าไปดูเหตุการณ์กำลังรื้อรีสอร์ท โดยรวมไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เพราะกำลังเจ้าหน้าที่มีมีการจัดกำลังไว้อย่างรัดกุม ทั้งนี้คาดว่าเจ้าหน้าที่ทำการรื้ออาคารของรีสอร์ททั้ง 10 หลัง แล้วเสร็จภายในวันเดียวซึ่งสภาพอากาศตอนนี้ฝนตกตลอดทั้งวัน ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังรื้อถอนอาคารหลังใหญ่สุดอยู่นั้นได้พบปืนยาวไทยประดิษฐ์(ปืนแก๊บ) จำนวน 1 กระบอก ซุกซ่อนไว้ที่ปล่องดูดควันที่คโรงครัวของรีสอร์ท จึงได้ส่งให้เจ้าหน้าที่สภ.นครไทย นำไปลงบันทึกประจำวัน

จากสืบเนื่องจากวันที่ 26 มกราคม 2560 เจ้าหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าได้ จับกุมนายผ้า แซ่หว้า ราษฎร หมู่ที่ 10 ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึงเป็นน้องชายของรองนายกอบต. ข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 8 ไร่ 78 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้าง 10 หลัง ซึ่งตั้งเด่นตระหง่านชัดเจนท้าทายสายตาผู้คนผ่านไปมาในช่วงฤดูท่องเที่ยวขึ้นชมดอกพญาเสือโคร่งที่ภูลมโล ทำให้คนทั่วประเทศตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงทำได้

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาต่อสู้คดีร้องศาลปกครอง ต่อมาศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งที่คส.3/ 2561 ลงวันที่ 9 เมษายน 2561 กลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ให้ยกคำขอทุเลาการบังคับรื้อถอนรีสอร์ท และให้ใช้มาตรการทางปกครอง รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ตามมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งได้ โดยไม่ต้องรอคดีถึงที่สุด อันเป็นเหตุให้มีการสนธิกำลังเข้าทำการรื้อถอนให้สิ้นซาก และเร่งทำการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็ว

ก่อนหน้านั้น นายสว่าง สีตะวัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ปิดป้ายประกาศให้ นายผ้า แซ่หว้า ทำการรื้อถอน “ฮ่องก๋ารีสอร์ท โฮมสเตย์”ให้เสร็จสิ้นภายใน วันที่ 7 สิงหาคม 2561 แต่หากไม่ดำเนินการรัฐทำการจะรื้อถอน โดยมีค่าใช้จ่าย 338,200 บาท แต่เจ้ารีสอร์ทดังกล่าวก็ยังของเพิกเฉย แม้จะยืดระยะเวลาให้แล้วก็ตามเจ้าหน้าที่จึงบังคับใช้กฎหมายตามมาตรา 22 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ถือว่าเป็นไปตามนโยบายของ รัตมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ตรวจยึดจับกุมนายทุน แต่จะผ่อนผันผู้ยากไร้ตามคำสั่งคสช.ที่ 66/57

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 11 กล่าวว่า วันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการรื้อถอนรีสอร์ท มาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานฯของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า หากภายหลังคดีถึงที่สุดว่าเป็นคำสั่งไม่ชอบด้วยกฏหมาย ผู้เสียหายก็มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายเรียกคืนเอาจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ แต่ตนเองมั่นใจว่า ผู้ต้องหากระทำความผิดกฏหมายอย่างชัดเจน ทั้งนี้ศาลปกครองสูงสุดให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ควรร่วมกันฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอาไว้มากกว่า

พรหมพร คงเนตร สำนักข่าวที่นี่เมืองสองแคว รายงาน

629 เยี่ยมชมหน้านี้ทั้งหมด 3 เยี่ยมชมวันนี้