ช่วยเเชร์ จ้า .....

ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน.เพื่อป้องกัน และปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์

เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ น.คณะเจ้าหน้าที่นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน.และนายสมชาย ฉิมแย้ม หน.ฐานปฏิบัติการชุดพยัคฆ์ไพรภาคเหนือ ได้บูรณาการหน่วยงาน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่กรมป่าไม้รับมอบจากกองทัพภาคที่ ๓, หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เขาค้อ, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๒ (เขาค้อ), หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.๑๘ (น้ำชุน) และ ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่โดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๓/๒๕๕๙ สั่ง ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙ เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และตามพ.ร.บ.ป่าไม้พ.ศ.๒๔๘๔ และกฎหมาย อื่นๆ ภายใต้การอำนวยการของนายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า/อธิบดีกรมป่าไม้ และ พล.ท. เรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ ผอ.ศปป.๔ กอ.รมน. ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่บริเวณป่าไม้ถาวรป่าทุ่งแสลงหลวง ท้องที่บ้านเพชรดำ หมู่ ๑๐ ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์  ตามที่ได้รับข้อร้องเรียนว่ามีนายทุนมาจากภาคใต้ ให้คนในพื้นที่เป็นนอมินีทำการบุกรุกพื้นที่ป่า ปลูกสร้างร้านอาหาร และสร้างที่พัก ชื่อ ภูบดินทร์ แคมป์ โดยไม่ได้รับอนุญาต 

– ผลการตรวจสอบพบว่าพื้นที่บริเวณป่าท้ายบ้านเพชรดำด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ท้องที่บ้านเพชรดำ หมู่ที่ ๑๐ ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ได้มีการบุกรุกแผ้วถางปรับพื้นที่ และปลูกสร้างร้านอาหารขนาดใหญ่ ๑ หลัง, ที่พัก ๑ หลัง, ห้องน้ำ-ห้องสุขา ๑ หลัง และลานกางเต็นท์พร้อมเต็นท์ทรงกลม จำนวน ๖ หลัง ซึ่งมีการปรับพื้นที่ และปลูกไม้ดอกไม้ประดับโดยรอบ และปรากฏนายมาโนช กระจ่างศรี อายุ ๕๗ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๕๑/๑ ม.๑๐ ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ แสดงตัวเป็นเจ้าของพื้นที่โดยอ้างว่าพื้นที่ก่อสร้างเป็นพื้นที่ของนางสาลิกา กระจ่างศรี ภรรยาของตนซึ่งนางสาลิกาฯ ได้รับที่ดินต่อจากนายโอโกะ แสนจ๊ะ (พี่ชายซึ่งปัจจุบันได้เสียชีวิต) แต่บิดา (นายตุลี แสนจ๊ะ) ได้ยกที่ดินต่อให้น้องสาวนายโอโกะ หรือนางสาลิกาฯ รวมเนื้อที่ประมาณ ๓๑ – ๑ – ๒๕ ไร่ หลังจากได้รับพื้นที่แล้วนายมาโนชฯ และภรรยาก็ได้ทำการเกษตรมาโดยตลอดจนกระทั่งในปี พ.ศ.๒๕๖๓ จึงได้เริ่มสร้างลานกางเต๊นท์เนื่องจากเห็นว่าการทำการเกษตรมีรายได้ไม่เพียงพอในครอบครัวและเพิ่งเปิดให้บริการได้ประมาณ ๑ สัปดาห์ โดยพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ ซึ่งนายมาโนชฯ ได้นำชี้บริเวณพื้นที่ครอบครองให้กับคณะเจ้าหน้าที่ทำการรังวัดพิกัดขอบแปลงด้วยเครื่องมือหาค่าพิกัดด้วยสัญญาณดาวเทียม (ระบบ WGS ๑๙๘๔) จำนวน ๘ จุด

-คณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางมาที่ศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่กรมป่าไม้รับมอบจากกองทัพภาคที่ ๓ และได้นำค่าพิกัดซึ่งนายมาโนชฯ นำชี้มาตรวจสอบพบว่ามีเนื้อที่ ๗ – ๐ – ๗๒ ไร่เป็นพื้นที่ในเขตป่าไม้ถาวรฯ ป่าทุ่งแสลงหลวง จำแนกเป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ ๒ ตรวจสอบพบว่าเป็นบริเวณที่กองทัพภาคที่ ๓ จัดสรรให้กับนายโอโกะ แสนจ๊ะ ราษฎรบ้านเลขที่ ๑๑๓ ม. ๑๐ ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เนื้อที่ทั้งหมด ๓๑-๒-๒๔ ไร่ (แปลงเลขที่ ๑๒ กลุ่มแปลง ๑๗๖๘) ซึ่งปัจจุบันนายโอโกะฯ เสียชีวิตแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้เปรียบเทียบภาพถ่ายทางอากาศ ปี พ.ศ.๒๕๔๕ และภาพถ่ายดาวเทียมปัจจุบัน (กูเกิล) ปรากฏพื้นที่ตรวจสอบมีร่องรอยการทำประโยชน์ ​​คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว เห็นว่า พื้นที่บริเวณตรวจสอบเป็นพื้นที่ในเขตป่าไม้ถาวรฯ ป่าทุ่งแสลงหลวง ซึ่งกองทัพภาคที่ ๓ เคยจัดสรรให้กับนายโอโกะ แสนจ๊ะ ตามบันทึกการนำรังวัดฉบับลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๕ และปัจจุบันนายโอโกะฯ ได้เสียชีวิตแต่นางสาวพรทิพย์ แสนจ๊ะ (บุตรสาว) ได้แจ้งยืนยันการครอบครองและเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ได้รับจัดสรร ซึ่งตามแนวทางมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ให้ราษฎรและบุคคลในครอบครัวสามารถอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่อยู่อาศัยทำกินเดิมต่อได้  สำหรับนายมาโนชฯ ซึ่งอ้างว่าพื้นที่ตรวจสอบเป็นของภรรยาตนเอง (นางสาลิกา กระจ่างศรี) และได้ทำการไถปรับพื้นที่ ก่อสร้างบ้านพัก และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ รวมทั้งปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ถือว่าเป็นบุคคลอื่นที่เข้ามายึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต และคณะเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่าการกระทำของ นายมาโนชฯ หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้บุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าในบริเวณดังกล่าว เป็นการกระทำความผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๕๔ ฐาน “ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือกระทําด้วยประการใดๆ อันเป็นการทําลายป่าหรือเข้ายึดถือ ครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” และมาตรา ๕๕ ฐาน “ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น”

– คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ถูกบุกรุก เนื้อที่ ๗ – ๐ – ๗๒ ไร่ ค่าเสียหายของรัฐในเบื้องต้นคิดเป็นเงิน ๔๘๙,๙๙๓.๕๐ บาท นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ เพื่อนำตัวนายมาโนช ฯหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมอบหมายให้ นายบุญสม โตแทนสมบัติ เจ้าพนักงานป่าไม้ ชำนาญงาน เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และให้ นายธราธร ปานหมอก เจ้าหน้าที่การเกษตร เป็นพยาน
ข้อมูล พ.อ.พงษ์เพชรเกษสุภะ
หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.๔ กอ.รมน.

249 เยี่ยมชมหน้านี้ทั้งหมด 2 เยี่ยมชมวันนี้