Templates by BIGtheme NET

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตร โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จังหวัดลาปาง

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตร “โครงการ เดินตามรอยเท้าพ่อ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี” ณ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดลาปาง  โดยมี พลโท วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 เฝ้าฯ รับ – ส่งเสด็จฯ พร้อมติดตามถวายความปลอดภัยขณะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่

โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ มณฑลทหารบกที่ 32 เริ่มดาเนินงานในเดือนตุลาคม 2557 โดย มณฑลทหารบกที่ 32 เป็นหน่วยตั้งต้นของโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ เมื่อครั้ง แม่ทัพภาคที่ 3 ดารงตาแหน่งเป็นผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เพื่อส่งเสริมให้กาลังพลพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ตนเองด้วยความพอเพียง โดยการทดลองปฏิบัติจริง ทั้งนี้ เพื่อให้กาลังพลได้ตระหนักรู้ใน 2 ส่วน คือ การลดค่าใช้จ่าย และการเพิ่มรายได้ ผ่านกิจกรรมโครงการฯ

ต่อมาในปี 2560 มณฑลทหารบกที่ 32 ได้มีการขยายแนวคิดโครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ สู่หน่วยทหารอื่นๆในค่ายสุรศักดิ์มนตรี เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการฯ จึงได้ปรับเปลี่ยนชื่อ โครงการจาก โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ มณฑลทหารบกที่ 32 เป็น “โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี” โดยทาการปรับพื้นที่ บริเวณโครงการปรับปรุงและฟื้นฟูแหล่งน้า หรือโครงการแก้มลิง ให้เป็นการกสิกรรมแบบครบวงจร อันประกอบด้วยการเกษตรกรรม และการปศุสัตว์ โดยมุ่งพัฒนา ใหเ้ป็นเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันโครงการฯ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 41 ไร่2 งาน 62 ตารางวา แบ่งเป็นพื้นที่ เพาะปลูก เลี้ยงสัตว์22 ไร่ 3 งาน 90 ตารางวา และพื้นที่น้า 18 ไร่ 2 งาน 72 ตารางวา แหล่งน้าของโครงการแก้มลิงได้รับการจัดสรรจากคลองชลประทานจากเขื่อนกิ่วลม

ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดาเนินไปยังค่าย สุรศักดิ์มนตรี อาเภอเมือง จังหวัดลาปาง ทอดพระเนตรการดาเนิน “โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี” โดยเสด็จฯ ทอดพระเนตร โครงการเพาะเลี้ยงกบและขยายพันธุ์กบนา ได้ริเริ่ม โครงการเมื่อปี 2558 โดยได้รับคาแนะจาก รองศาสตร์ตราจารย์ พิเชษฐ์ คุณซื่อ จากจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย โดยทางกลุ่มได้จาหน่ายลูกกบให้กับกาลังพลและครอบครัวที่มีความสนใจ ในการเพาะเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้เสริม ทั้งนี้ ได้ทาการทดลองเลี้ยงเปรียบเทียบจำนวน 3 วิธีได้แก่ การเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์, การเลี้ยงกบแบบรีสอร์ท และการเลี้ยงกบแบบกระชัง จากการทดลอง เลี้ยงแบบรีสอร์ท ถือว่าเหมาะสมที่สุด เนื่องจากต้นทุนต่า, การเกิดโรคน้อย และคล้ายระบบนิเวศน์ มากที่สุด


จากนั้น เสด็จฯ ทอดพระเนตร โครงการปลูกผักตามวิถีศรีเขลางค์นคร ได้เริ่มดาเนินการ ปลูกผักพื้นที่แห่งนี้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 รวมระยะเวลา 8 เดือน มีพื้นที่2 ไร่ 79 ตารางวา โดยได้แนวความคิดปลูกผักตามวิถีศรีเขลางค์นครลาปาง “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุก อย่างที่ปลูก” ในพื้นที่บริเวณรอบค่ายสุรศักดิ์มนตรี รัศมี 2 กิโลเมตร จะมีร้านลาบ จานวน 8 ร้าน โดยวิถีของชาวลาปาง อาหารที่ชอบประกอบรับประทานอันดับต้นๆ คือ ลาบลาปาง ที่มีเครื่องปรุง และผักกินกับลาบ มากมายหลากชนิด ได้แก่ ผักแปม ดีปลากั้ง ตะไคร้ ผักไผ่ เป็นต้น รอบแรกเป็น การปลูกผักช่วงฤดูแล้ง ได้แก่ พืชผักสวนครัว พริกขี้หนู มะเขือยาว มะเปราะเจ้าพระยา เป็นต้น โดยได้เก็บผลผลิตไปแล้วจานวน 4 – 5 รุ่น บางรุ่นได้ทาการถอนทิ้ง เพื่อทาการปลูกใหม่ ได้แก่ มะเขือยาว เนื่องจากแคระแกรน ไม่ชอบน้า เป็นแมลงและเป็นเชื้อราจากเปลือกถั่วลิสง ส่วนพริก ขี้หนู ยังสามารถเก็บผลผลิตได้ เพื่อให้กาลังพลและครอบครัว ได้มี ส่วนร่วมในการปลูกผักจริง ได้แบ่งพื้นที่เป็นโซนให้กาลังพลรับผิดชอบ เป็นจานวน 7 โซน มีชนิดผักที่ทาการปลูก รวมทั้งสิ้น 54 ชนิด

จากนั้น เสด็จฯ ทอดพระเนตร โครงการเลี้ยงปลาช่อนเชิงนิเวศน์ และสวนเกษตร ลดรายจ่าย สาหรับโครงการแห่งนี้มีพื้นที่ โดยประมาณ 2ไร่ 2 งาน ใช้แนวคิด “โคก หนอง นา โมเดล” ในการจัดสรรพื้นที่เพื่อดาเนินโครงการ 4 เรื่องคือ เลี้ยงปลาช่อนเชิงนิเวศ, สวนเกษตร ลด รายจ่าย, เห็ดฟางเพิ่มรายได้ และเรือนเพาะชาทากาไร ซึ่งทั้ง 4 โครงการ จะมีความสัมพันธ์พึ่งพา อาศัย เกื้อกูลกันและกัน ลดต้นทุนการผลิต และเกิดการหมุนเวียนผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เศษฟางจากโครงการเพาะเห็ดฟาง สามารถนาไปเลี้ยงปลวก และสามารถนาปลวกไปเลี้ยงปลา, วัสดุอาหารเห็ดซึ่งเหลือจากการเพาะเห็ดฟางแล้ว สามารถนาไปเป็นปุ๋ยได้ จะช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ของกาลังพล นอกจากนี้ยังทาให้กาลังพล พลทหารที่ร่วมโครงการมีความรู้ ด้านเกษตร อินทรีย์ ติดตัวไปหลังปลดประจาการ


จากนั้น เสด็จฯ ทอดพระเนตร โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ ของกองร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 กองร้อยมณฑลทหารบกที่ 32 ได้ดาเนินงาน “โครงการเดินตามรอยเท้าพ่อ” เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2561 เนื้อที่ 2 ไร่ 49 ตารางวา โดยมีวัตถุประสงค์ของการดาเนินงาน เพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้
ตามโครงการทหารพันธุ์ดี ให้กับพลทหารผลัดที่จะปลดประจาการ เพื่อนาความรู้ที่ได้ ไปต่อยอดและ ขยายผลในชุมชนของตนเอง และเพื่อลดรายจ่าย – เพิ่มรายได้ ให้กับกาลังพลและครอบครัวที่ร่วม โครงการ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงเป็นผลพลอยได้ของผลผลิตที่ปลูก ยังสามารถนาไปจาหน่าย ให้กับโรงเลี้ยงของหน่วย ในราคาถูกกว่าท้องตลาด

เพื่อให้พลทหารได้มีผักปลอดสารพิษไว้รับประทาน สาหรับเงินส่วนลด ที่ซื้อผักราคาถูก ก็จะนาไปทาอาหารพิเศษเพิ่มเติมให้กับกาลังพลต่อไป หากเหลือยัง จาหน่ายให้กับกาลังพลและชุมชนรอบค่ายฯ อีกด้วย ในการดาเนินงานรุ่นแรกที่ผ่านมา เมื่อเดือนมีนาคม 2561 ทาการปลูกผักตามฤดูกาล ได้แก่ คะน้าเห็ดหอม มะเขือยาวสีม่วงศิรินธร มะเขือเทศ ผักบุ้ง สลัด ในส่วนของไม้เลื้อย ได้แก่ บวบงู บวบเหลี่ยม ฟักทอง สาหรับการดาเนินงานปัจจุบัน (รุ่นที่ 2) โดยได้รับ คาแนะนาจาก ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์ เพ็ญศิริ การปลูกพืชฤดูฝน โดยให้นากระเจี๊ยบเขียวและพริก มาปลูก โดยแบ่งพื้นที่ปลูก ดังน้ี โซนด้านทิศเหนือให้ปลูกกระเจี๊ยบเขียว และโซนด้านทิศใต้ให้ปลูกพริก ชี้ฟ้า  โอกาสนี้ ทรงปล่อยพันธุ์ปลานิลจิตรลดา จานวน 50,000 ตัว

จากนั้น เสด็จพระราชดาเนินไปยังแปลงสมุนไพรของโรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี ทรง ทอดพระเนตร การดาเนินงานโครงการสวนสมุนไพร ภายใต้ชื่อ “โฮงยา ศรีสุรศักดิ์มนตรี” ซึ่งสวน สมุนไพรมีการดาเนินการมา ตั้งแต่ปี 2558 ในพื้นที่ จานวน 1,200 ตารางเมตรเพื่อทาเป็นสวน สมุนไพร จานวน 700 ตารางเมตร และปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อส่งให้แก่โรงครัว โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์ มนตรี และ โรงเลี้ยงร้อยพลเสนารักษ์ จำนวน 500 ตารางเมตร พระพุทธเจ้าค่ะ ต่อมาในปี 2561 ได้ มีการปรังปรุงพื้นที่ดังกล่าว ให้เป็นสวนสมุนไพรอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีวัตถุประสงค์ 2 ประการ คือ ประการที่ 1 การนาผลผลิต มาผลิตลูกประคบสมุนไพรไว้ใช้ในแผนกแพทย์แผนไทย และประการที่ 2 การปลูกสมุนไพรเพื่ออนุรักษ์พันธุ์สมุนไพร และเพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้แก่ผู้ที่สนใจสืบต่อไป
ในการนี้ ทรงปลูกต้นมะม่วงน้าดอกไม้ เบอร์ 4 จานวน 1 ต้น

865 เยี่ยมชมหน้านี้ทั้งหมด 1 เยี่ยมชมวันนี้