Templates by BIGtheme NET

☆ตามนโยบายรมว.ทส.นายวราวุธ ศิลปอาชา “ให้ดำเนินการเด็ดขาดกับนายทุนผู้บุกรุกป่า” สำนักฯ11(พิษณุโลก) กรมอุทยานแห่งชาติฯ ติดป้ายประกาศ ห้ามนายทุนเข้าพื้นที่อีก จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด แม้อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาก็ตาม☆

วันนี้ 17 กันยายน 2562 นายนิพนธ์จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก) ได้สั่งการให้ นายสมชาย ภิญโญชูโต เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าโครงการฟื้นฟู และพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อน้ำชุม จ.เพชรบูรณ์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ร่วมกับนายธนาเทพ แก้วกก ผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ นำป้ายไปติดประกาศในพื้นที่ ที่มีการบุกรุกในพื้นที่ป่าไม้ 2484โครงการฯดังกล่าว

โดยมีข้อความดังนี้ “ที่ดินแปลงนี้อยู่ในเขตโครงการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัยลุ่มน้ำก้อน้ำชุน เนื้อที่ 66 ไร่ 3 งาน 8 ตารางวา คณะเจ้าหน้าที่ฯได้ทำการตรวจยึด และแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ที่สภ.หล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามปจว.ข้อ 12 คดีอาญาที่47/62 ลงวันที่ 22 มกราคม 2562 เวลา 20.40 น ถึงแม้อัยการ มีคำสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหา เพราะไม่มีพยานหลักฐาน บุคคลใด เคยเห็นผู้ต้องหา มาปลูกยางพารา หรือเข้ายึดถือครอบครอง หรือจ้างบุคคลใดเข้ามาแผ้วถาง พื้นที่ป่าแห่งนี้ทำให้ขาดพยานหลักฐานอันสำคัญ ที่จะเอาผิด กับผู้ต้องหาได้แต่พื้นที่ป่าแห่งนี้ ก็ยังเป็นป่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ มาตรา 4 (1) อยู่ ยังไม่ได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดินยังเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน จึงห้ามบุคคลใดเข้ามายึดถือครอบครองหรือกระทำประการใดๆในพื้นที่ป่าแห่งนี้อีกมิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ 4243/2550”

สืบเนื่องมาจากคดีนี้เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2562 คณะเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ป่าที่นายทุนบุกรุกยึดถือครอบครองปลูกต้นยางพาราไว้หลาย 1,000 ต้น ในพื้นที่ป่าไม้ 2484 โครงการฟื้นฟู และพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำก้อน้ำชุน จำนวน 66 ไร่3งาน 8 ตารางวา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ขณะตรวจยึดไม่พบผู้กระทำผิดในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นคณะเจ้าหน้าที่ฯได้ทำการ สืบสวน สอบสวน ภายหลังทราบว่า เป็นของนางสุกัญญาฯ นายประเวศน์ ฯ จึงได้ทำกล่าวโทษดำเนินคดีตามกฎหมายผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ต่อมาอัยการหล่มสัก มีหนังสือ ที่อส.0042(หล่มสัก)/2856 แจ้งคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา เนื่องจากพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง

แต่ทางผู้อำนวยสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)เห็นว่า จากเนื้อหาคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการนั้น สาเหตุเนื่อง ไม่มีพยานบุคคลใดซึ่งเป็นประจักษ์พยานเคยเห็นผู้ต้องหาทั้งสอง ร่วมกันปลูกยางพาราหรือมีพฤติกรรมในลักษณะ เข้ายึดถือครอบครองที่เกิดเหตุ และไม่ปรากฏว่าได้จ้างบุคคลใดเข้าทำประโยชน์ในที่เกิดเหตุจึงขาดพยานหลักฐานอันสำคัญที่จะเอาผิดผู้ต้องหาทั้งสองคนได้ อัยการจึงมีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่พื้นที่เกิดเหตุ ก็ยังเป็นป่า ตามพ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 มาตรา4(1)ที่ดินดังกล่าว ยังไม่ได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดินเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินอยู่ ซึ่งบุคคลใดก็ไม่สามารถยึดถือหรือครอบครอง เป็นสมบัติส่วนตัวได้
และวันนี้จึงได้สั่งการให้คณะเจ้าหน้าที่ฯ ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ม.6 ตำบลบ้านเนิน จึงร่วมกันนำป้ายประกาศ ดังกล่าวมาติดในพื้นที่เพื่อห้ามมิให้บุคคลใด เข้ายึดถือ หรือครอบครองหรือกระทำการด้วยประกาใดๆในพื้นที่ป่าแห่งนี้อีก หากมีบุคคลใดเข้ายึดถือหรือครอบครองหรือกระทำประการด้วยประการใดๆในพื้นที่ป่าดังกล่าวแห่งนี้อีก จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

สำหรับพื้นที่ป่าดังกล่าวที่คณะเจ้าหน้าที่ยึดคืนมาจากนายทุนได้ จะร่วมกับชุมชนตำบลบ้านเนิน ฟื้นฟูสภาพป่า ให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของชุมชน ของตำบล ของชาติต่อไป

703 เยี่ยมชมหน้านี้ทั้งหมด 2 เยี่ยมชมวันนี้