Templates by BIGtheme NET

กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ กำหนดการประชุมเสนอแผนงานการแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควันของ ๙ จังหวัดภาคเหนือ

พลโท ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ ๓/ผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ เป็นประธานการประชุมเสนอแผนงานป้องกันและการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของ ๙ จังหวัดภาคเหนือ ในวันอังคารที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ สโมสรกาวิละ ค่ายกาวิละ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
กองบัญชาการควบคุมไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓ เร่งขับเคลื่อนนโยบาย การป้องกันและการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ของ ๙ จังหวัดภาคเหนือ พร้อมสนับสนุนทรัพยากรทางการทหาร ในการแก้ไขปัญหาการจัดประชุม ในครั้งนี้ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัด ๙ จังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมเพื่อชี้แจงแผนการดำเนินงานของ ๙ จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก
ทั้งนี้ การดำเนินงานแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ ปี ๒๕๖๓ ทุกภาคส่วนจะต้องบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น Single Command เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะแก้ปัญหาการเผาในทุกพื้นที่ ทั้งพื้นที่ป่า, พื้นที่ทางการเกษตร, พื้นที่ชุมชน และพื้นที่ ๒ ข้างทาง รวมถึงควบคุมไม่ให้ปริมาณฝุ่นละอองสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนในพื้นที่ ที่สำคัญทุกภาคส่วนต้องสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจให้เกิดความตระหนัก ตั้งแต่เนิ่นๆก่อนจะเกิดเหตุการณ์ โดยปรับรูปแบบข้อมูลและสถานการณ์ให้เข้าใจง่าย เพื่อเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน โดยไม่ให้เกิดความสับสน และดำเนินการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความร่วมมือ ในการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีและยั่งยืนต่อไป

ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยแบ่งการจัดตั้ง เป็น ๓ ระดับ ดังนี้
๑. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับชาติ โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบ
๒. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับภาค โดยมี กองทัพภาคที่ ๓ รับผิดชอบ
๓. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันระดับจังหวัด โดยมี จังหวัดในพื้นที่ ๙ จังหวัด รับผิดชอบ
องค์ประกอบของศูนย์อำนวยการระดับภาค ประกอบด้วย ผู้แทนทุกหน่วยงาน มีอำนาจหน้าที่ ในการอำนวยการและบูรณาการ การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควันและดับไฟป่า รวมถึงการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ และสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ และสร้างการรับรู้ ของหน่วยงามภาครัฐ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ผู้บัญชาการหน่วยทหาร ที่รับผิดชอบพื้นที่ระดับจังหวัด ใน ๙ จังหวัด มีบทบาทหน้าที่
๑. วางแผน อำนวยการ ประสานงาน ร่วมปฏิบัติงานกับหน่วยงานอื่นๆ ดังนี้
๑.๑ ร่วมสร้างการรับรู้ความเข้าใจในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน
๑.๒ ร่วมสร้างเครือข่ายภาคประชาชน ในการเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนการเกิดไฟป่า ๑.๓ ร่วมขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในพื้นที่เสี่ยง ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสังคม และประชาชนจิตอาสา
๒. จัดชุดแพทย์เตรียมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
๓. ประสานความร่วมมือกับภาคประชาสังคม เพื่อสร้างการรับรู้ถึงการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนงานของจังหวัด
๔. การจัดกำลังชุดรณรงค์ฯ และชุดดับไฟป่า พร้อมอุปกรณ์ดับไฟ ให้เตรียมความพร้อมสนับสนุนทันทีเมื่อมีการร้องขอจากจังหวัด

กองกำลังนเรศวร และ กองกำลังผาเมือง มีบทบาทหน้าที่
๑. ติดตามสถานการณ์ เพื่อเตรียมการให้การสนับสนุนตามที่ จังหวัดร้องขอ
๒. ประสานความร่วมมือป้องกันมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน
๓. เตรียมสนับสนุนชุดดับไฟป่า
๔. เตรียมให้การสนับสนุนอากาศยานเมื่อได้รับการร้องขอจากจังหวัด

รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ฝ่ายทหาร) เป็นผู้ประสานงานหลักกับจังหวัด มีบทบาทหน้าที่
๑. ร่วมจัดทำแผนการป้องกัน และแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันกับจังหวัด
๒. ร่วมการบูรณาการแผนงาน ของหน่วยงานใน จังหวัด, กลุ่มจังหวัด โดยกำหนด ให้กลุ่มภาคเหนือตอนบน ๑ คือ พ.อ. บุญญฤทธิ์ เกษตรเวทิน รองผู้อำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงใหม่ (ฝ่ายทหาร) เป็นผู้ประสานงาน, กลุ่มภาคเหนือตอนบน ๒ พ.อ. พศิน แสงคำ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย(ฝ่ายทหาร) เป็นผู้ประสานงาน และ กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง ๑ พ.อ. วิทยา แก้วพรม รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตาก (ฝ่ายทหาร) เป็นผู้ประสานงาน
๓. เกิดการพัฒนาแผนงาน ระหว่าง จังหวัด กับ หน่วยทหาร
๔. สนองนโยบาย รัฐบาล, กระทรวงกลาโหม, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ไม่ให้เกิดปัญหาไฟป่า หมอกควันกระทบต่อประชาชน

บทบาทและการปฏิบัติงานที่สำคัญของ กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓
๑. รับการสนับสนุนเครื่องบิน Peacemaker จำนวน ๒ ลำ จากกองทัพอากาศ เพื่อทำการประชาสัมพันธ์โดยสามารถเริ่มปฏิบัติภารกิจตั้งแต่ ๑ พ.ย. ๖๒ เป็นต้นไป
๒. ร่วมกับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่จัดทำ สื่อกระจายเสียง เป็นภาษไทย และ ภาษาชนเผ่า จำนวน ๗ ภาษาซึ่งได้ดำเนินการแจกจ่ายให้กับจังหวัดในวันการประชุมเสนอแผนงานป้องกันและการแก้ไขปัญหาไฟป่าและ หมอกควันของ ๙ จังหวัดภาคเหนือ
๓. การจัดอากาศยาน จาก กองทัพภาคที่ ๓ เพื่อการลาดตระเวนทางอากาศ โดยจังหวัดสามารถขอรับการสนับสนุนจากกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ ๓
๔. การประสานกับหน่วยงาน ส่วนกลาง เช่น กรมควบคุมมลพิษ (ข้อมูลคุณภาพอากาศ), สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและ ภูมิสารสนเทศ (จุดความร้อน) และกรมอุตุนิยมวิทยา (การคาดหมายสภาพอากาศ)
๕. การประสานงานและการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคม, ภาคเอกชน, กลุ่มนักวิชาการ และชมรม/สมาคมต่างๆ เช่น สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ (พาราเพลน)
๖. สนับสนุนให้เกิดชุดจิตอาสาดับไฟป่าประจำหมู่บ้าน สำหรับเตรียมความพร้อมในการป้องกันและควบคุมไฟป่า ซึ่งจะต้องขอความร่วมมือในการฝึกอบรม จากกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ประจำอยู่ในแต่ละพื้นที่

105 เยี่ยมชมหน้านี้ทั้งหมด 1 เยี่ยมชมวันนี้