ช่วยเเชร์ จ้า .....

 

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. นายนิพนธ์  จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก นำกำลังเจ้าหน้าที่ สบอ.11 สนธิกำลังร่วมกับนายธีรเดช ปาละสุวรรณ์ ,นายนาวี  ช้างภิรมย์ หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง และเจ้าหน้าที่ตร.สภ.อ.พรหมพิราม เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่103และบ้านเลขที่ 103/1 หมู่ 3 ตำบลวงฆ้อง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบค้าสัตว์ป่าคุ้มครองทางอินเตอร์เน็ต Facebook

ตามข้อสั่งการของท่านปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและเด็ดขาดกับพ่อค้าสัตว์ป่า โดยเฉพาะการซื้อขายสัตว์ป่าทางอินเตอร์เน็ต Facebook

คณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนพบว่านายเอกชัย สีขาว ได้ใช้บ้านเลขที่ 103 หมู่ 3 ตำบลวงฆ้อง อำเภอพรหมพิราม ทำการโพสต์ขายสัตว์ป่าทางอินเตอรเน็ต facebook โดยใช้ชื่อว่า “ฟาร์มมีสุข มีแต่เสียงนก” วันนี้คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ขอหมายศาลเพื่อทำการเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ดังกล่าว แต่ไม่พบตัวนายเอกชัยฯ พบแต่น้องชาย ชื่อนายอนุชิต สีขาว อยู่บ้านเลขที่ 103/1  หมู่ 3 ตำบลวงฆ้อง บ้านติดอยู่ในบริเวณเดียวกัน จากการตรวจค้นพบสัตว์ป่าคุ้มครองชนิด นกกระรางคอดำ นกกระรางแก้มแดง นกกิ้งโครง นกขุนทอง พร้อมทั้งกรงนกจำนวนหนึ่ง คอนเหล็กสำหรับให้เหยี่ยวจับยืน จากสภาพบริเวณในตัวบ้านที่เห็นนั้น ทำให้สันนิษฐานได้ว่ามีการลักลอบค้าขายมาเป็นเวลานาน   นายอนุชิตฯ แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าสัตว์ป่าทั้งหมดเป็นของพี่ชายชื่อเอกชัย สีขาว ปัจจุบันอาศัยอยู่จังหวัดพิจิตร และไปๆมา อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อมาดูแลสัตว์ป่าที่โพสต์ขาย  เจ้าหน้าที่ได้จึงจับกุมผู้ต้องหาจำนวน  3 คน พร้อมยึดสัตว์ป่าคุ้มครองทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.พรหมพิราม เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ด้าน นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.11 กล่าวว่า การดำเนินคดีนี้ ยังได้ดำเนินคดีตามกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี 2535 ซึ่งเป็นกฏหมายฉบับเก่าอยู่ ซึ่งผู้ใดค้าหรือครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง มีโทษจำคุก 4 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ได้มีการประกาศใช้กฎหมายพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับใหม่ พ.ศ.2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ อีก 180 วันหรือ 6 เดือน ข้างหน้า ถ้าผู้ใดค้าสัตว์ป่าคุ้มครองจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือถ้าผู้ใด้ค้าสัตว์ป่าสงวน จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000-1,500,000 บาท หากผู้ใดครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองหรือสัตว์ป่าสงวนจะมีโทษโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท

2518 เยี่ยมชมหน้านี้ทั้งหมด 4 เยี่ยมชมวันนี้