ช่วยเเชร์ จ้า .....

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 แถลงข่าวประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 109 ณ ศูนย์เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พันเอก รุ่งคุณ มหาปัญญาวงศ์ โฆษกกองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 พร้อมด้วย พันเอก นายแพทย์ วิโรจน์ ชนม์สูงเนิน รองโฆษกฯ เป็นผู้แถลงข่าวฯ มีสาระสำคัญดังนี้


ปัจจุบันผู้คนมากมายในสังคมไทย ได้รับผลกระทบทางสังคมที่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงกดดัน และความเครียด บางคนอาจจะสามารถมีวิธีทำให้ตัวเองผ่อนคลาย และสามารถหายเครียดได้ แต่บางคนอาจจะจมอยู่กับความเครียดทำให้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันต่าง ๆ ตามมา ดังนั้นเราจึงควรมารู้จักกับความเครียดว่าอาการที่เรากำลังเป็นอยู่นั้นเข้าข่ายความเครียดแบบไหนกัน
ความเครียด แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้


1) Mind Stress กลุ่มความเครียดต่ำ มีความรู้สึกเบื่อหน่าย การตอบสนองเชื่องช้าลง ขาดแรงกระตุ้น ในการดำเนินชีวิต
2) Moderate Stress เครียดระดับปานกลาง เป็นความเครียดในระดังปกติ สามารถหากิจกรรมที่ช่วยให้หายเครียดได้
3) High Stress เครียดระดับสูง เกิดจากความเครียดที่มีต่อเหตุการณ์รุนแรง ส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม เช่น อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย ปวดศีรษะ ปวดท้อง นอนไม่หลับ มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารเปลี่ยนไปจนมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน
4) Severe Stress เครียดระดับรุนแรง กลุ่มความเครียดระดับสูงก่อให้เกิดความผิดปกติและเกิดโรคต่างๆ ตามมา อารมณ์แปรปรวนง่าย มีอาการทางจิต มีความบกพร่องในการใช้ชีวิตประจำวัน อาจมีอาการนานเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือเป็นปี ซึ่งหากมีอาการในกลุ่มนี้ควรเข้าพบแพทย์
ความเครียดมักส่งผลกระทบต่อร่างกาย และสุขภาพจิตของเรามากกว่าที่เราคิด โดยสามารถแบ่งสัญญาณเตือนของความเครียด ออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ความเครียดจะส่งผลกระทบกับสมองทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง เช่น สมาธิสั้นลง มีปัญหาด้านความจำ ขี้หลงขี้ลืม การคิดแก้ไขปัญหาช้าลง เกิดความวิตกกังวลว่าตนเองจะทำผิดพลาด หวาดกลัวกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เมื่อสมองเราทำงานช้าลงจะทำให้ไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์ และส่งผลต่อการตัดสินใจ หรือการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ช้าลง
กลุ่มที่ 2 ความเครียดส่งผลต่ออารมณ์ ทำให้อารมณ์แปรปรวนไม่คงที่ บ้างฉุนเฉียว บ้างซึมเศร้า หรือบางคนอาจรู้สึกเหงา และโดดเดี่ยว เกิดการปลีกตัวออกจากสังคมและยิ่งทำให้เกิดอาการซึมเศร้าได้ง่ายขึ้นด้วย

กลุ่มที่ 3 ความเครียดที่ส่งผลทางร่างกาย โดยผู้ที่มีความเครียดส่วนใหญ่มักจะเกิดอาการ เช่น ผมร่วง ปวดหัว หนังตากระตุก กินจุบจิบไม่หยุด เหงื่อออกง่าย ปวดเมื่อยตามร่างกาย หัวใจเต้นเร็วขึ้น คลื่นไส้อาเจียน ระบบขับถ่ายมีปัญหา และความต้องการทางเพศลดลง
กลุ่มที่ 4 ความเครียดที่ส่งผลต่อพฤติกรรม เช่น ปลีกตัวเองออกจากสังคม ไม่พบปะผู้คน นอนไม่หลับ มีพฤติกรรมใช้สารเสพติด บุหรี่ และแอลกอฮอล์มากขึ้น รู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า ทำผิดพลาดบ่อยแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม เพราะการรับรู้ของสมองทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ
ดังนั้นแล้ว เมื่อต้องเผชิญกับความเครียด ควรที่จะสังเกตร่างกายของตนเองว่ามีความผิดปกติ หรือเกิดพฤติกรรมที่ผิดปกติหรือไม่ ซึ่งความเครียดมักเกิดขึ้นกับทุกคน การรู้ถึงสัญญาณ ความรุนแรงของโรค และรู้วิธีคลายเครียดจะสามารถช่วยให้ป้องกันตัวเอง โดยเฉพาะความเครียดนั้นจะมีผลต่อสุขภาพทางจิต หากเรารู้จักจัดการคลายความเครียดจะสามารถช่วยให้ลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้ดังนี้
1. เบี่ยงเบนความสนใจโดยการหากิจกรรมทำเพื่อคลายเครียด เช่น ทำงานบ้าน ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ เล่นกีฬา หรือนั่งสมาธิ ออกไปเที่ยวนออกบ้าน
2. ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้ดูสบายตา เช่น จัดห้องนอนใหม่ จัดโต๊ะ หรือจัดห้องทำงานใหม่ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้คิดในแง่บวก และหมั่นฝึกทักษะการสื่อสาร และสร้างสัมพันธภาพกับเพื่อนร่วมงาน หรือคนรอบข้างให้มากขึ้น
3. พูดคุยกับคนในครอบครัว คนรัก หรือเพื่อนสนิทเพื่อระบายความทุกข์ใจ


ในการนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 มีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จึงได้มอบหมายให้โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่ง ในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ เพื่อเฝ้าระวังภาวะ โรคเครียด ซึ่งหากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการบ่งชี้ หรือสงสัยว่าป่วยดังอากการตามขั้นต้น ขอให้ได้ไปพบแพทย์ ณ โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ หรือโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อคัดกรอง วินิจฉัย และบำบัดรักษาต่อไป

********************************

204 เยี่ยมชมหน้านี้ทั้งหมด 4 เยี่ยมชมวันนี้